ReadyPlanet.com
dot
dot
กิจกรรม/Activity
dot
bulletรูปภาพ/Album
bulletกิจกรรม/Activities
bulletบริการ/Services
bulletการฝึกอบรม/Training
dot
World YWCA
dot
bulletYWCA โลก / World YWCA
dot
YWCAs in Thailand
dot
bulletความเป็นมา/Background
bulletY-Teen Club
bulletอาสาสมัคร / Volunteer
dot
YWCA of Thailand
dot
bulletวัตถุประสงค์ และคุณค่า
bulletพันธกิจ
dot
YWCA of Bangkok
dot
bulletYWCA of Bangkok
bulletChonburi Center
bulletPattaya Center
dot
YWCA of Phrapradaeng
dot
bulletYWCA พระประแดง
dot
YWCA of Pakkret
dot
bulletYWCA ปากเกร็ด
dot
YWCA of Chiangmai
dot
bulletYWCA เชียงใหม่
dot
YWCA of Nakornrachsrima
dot
bulletYWCA นครราชสีมา
dot
บทความ/Articles
dot
bulletHistory/ประวัติความเป็นมา
bulletYWCA in Action
bulletWomen in Action
bulletAssociation Movement
bulletKnowledge & Development
bulletWord for Life/ข้อคิด-คำคม
dot
ติดต่อเรา /Contact Us
dot
bulletที่ติดต่อ/Contacts
bulletYWCA of THAILAND Annual Report
bulletNewsletter
dot
คณะกรรมการ/Committee
dot
bulletคณะกรรมการอำนวยการ/Board of Director
bulletคณะกรรมการบริหาร/Executive Board
bulletคณะที่ปรึกษา/Advisors
bulletเจ้าหน้าที่/Staff




เยาวสตรีเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาสังคมเยาวสตรีอย่างไร? article

World YWCA  Day 2008

Afternoon Tea Time

สหพันธ์สมาคม ไว ดับยู ซี เอ แห่งประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่  24  เมษายน ค.ศ. 2008

ณ สำนักงาน สหพันธ์สมาคม ไว ดับยู ซี เอ แห่งประเทศไทย
 + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

 

การบรรยายพิเศษ    “เยาวสตรีเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาสังคมเยาวสตรีได้อย่างไร?!”

                                             โดย ส.ส. อรอนงค์  กาญจนชูศักดิ์

 

  1. มีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาการล่อลวงหญิงไปค้าประเวณี
  2. รณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
  3. เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสตรี
  4. ส่งเสริมและพัฒนาด้านสวัสดิการสังคมเพื่อสตรีผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
  5. ร่วมกันเปลี่ยนแปลงเจตคติที่มีต่อสตรี

 

เยาวสตรีเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาสังคมเยาวตรีได้อย่างไร

  1. มีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาการล่อลวงหญิงไปค้าประเวณี

           
    1.1  การค้าประเวณีมีสาเหตุสำคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ผู้กระทำการ
               ค้าประเวณีส่วนมากเป็นผู้ซึ่งด้อยโอกาสและขาดการศึกษา โดยเฉพาะผู้

           ค้าประเวณีบางกลุ่ม เป็นผู้ถูกล่อลวงมาเพื่อค้าประเวณี  ซึ่งกลุ่มที่ถูกล่อลวง

           มาค้าประเวณีส่วนใหญ่ เป็นเด็กสาวที่มาจากต่างจังหวัด  เมื่อถูกล่อลวงมา

           ค้าประเวณีเด็กเหล่านี้จะต้องขาดโอกาสทางการศึกษา ถูกทำร้ายทั้งร่างกาย

           และจิตใจ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เป็นการทำร้ายเยาวชนของชาติอย่าง

           รุนแรง  ดังนั้นพวกเราควรมีการสร้างเครือข่าย ในกลุ่มเยาวสตรีเพื่อร่วมกัน

           สอดส่อง เพื่อแจ้งข่าวเมื่อพบเห็น หรือได้รับทราบข่าว การล่อลวงหญิง เพื่อไป

           ค้าประเวณี ให้แก่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ  กระทรวงการ

           พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เพื่อให้มีการดำเนินการช่วยเหลือผู้

           ที่ถูกล่อลวงให้ไปค้าประเวณี หรือป้องกันมิให้ถูกล่อลวงไปค้าประเวณี  การ

           ร่วมกันกระทำในเรื่องดังกล่าว จะทำให้ปัญหาการล่อลวงหญิงไปค้าประเวณี

           ลดจำนวนลง  นับเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสตรีเป็นอย่างมาก

        1.2  ในปัจจุบันปรากฏว่าได้มีการโฆษณา ชักชวน หรือ แนะนำทางสื่อในหลาย

           รูปแบบ ในลักษณะเป็นการเรียกร้อง  การติดต่อชักชวนในการค้าประเวณี

           อย่างแพร่หลาย ทำให้ธุรกิจประเภทนี้ ซึ่งเป็นธุรกิจนอกกฎหมาย ขยายตัว  

           เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการล่อลวงหญิงไป เพื่อ

           ค้าประเวณีมากขึ้นที่จะรองรับธุรกิจการค้าประเวณีที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

               ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี  พ.ศ. 2539 ได้มีการกำหนดโทษไว้ใน  มาตรา 7 ว่า  “ผู้ใด โฆษณา ชักชวน หรือแนะนำ ด้วยเอกสาร หรือกระทำให้แพร่หลาย ด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะในลักษณะ ที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้อง หรือการติดต่อ เพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หกเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”   ดังนั้น พวกเรานับเป็นกลุ่มที่มีโอกาส ที่จะได้พบและเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้มากโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต ในโลกอินเตอร์เน็ต นับว่าเป็นสื่อที่เชื่อมโยงถึงทั่วโลก   เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถ จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด เมื่อพวกเราได้พบเห็นสื่อในรูปแบบที่เป็นการโฆษณา ชักชวนในลักษณะเป็นการเรียกร้อง  หรือมีการติดต่อเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย  ต้องดำเนินการแจ้งให้หน่วยงานทางราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้จัดการตามกฎหมายต่อไป  อันจะเป็นการช่วยลดปัญหาการค้าประเวณีได้อีกทาง

 

  1. รณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
    มาตรการกลไกในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรี

                        ปัญหาความรุนแรงต่อสตรี นับเป็นปัญหาสำคัญ ที่เป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนา ศักยภาพสตรี สตรีจำนวนมากต้องทนทุกข์จากการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ และทางเพศ ทั้งในครอบครัว ชุมชน และสังคม  สตรีที่ถูกละเมิดทางเพศนั้น แม้บาดแผลทางกายจะหายไป แต่บาดแผลทางใจนั้นยากที่จะเยียวยา ฟื้นฟูให้กลับมาดังเดิม ส่งผลให้ครอบครัว ต้องแบกรับภาระการรักษาที่ยาวนาน ทำให้การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ลดลง

                        สาเหตุหลักของปัญหา มีหลายประการ เช่น ความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาหนี้สิน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง จากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยว ความไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว  ตั้งแต่ร่างกาย จิตใจ อายุ สุขภาพ และฐานะทางเศรษฐกิจ ขาดความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเป็น คู่สมรสที่ดี หน้าที่ของพ่อแม่ การเลี้ยงดูลูก และทักษะในการสื่อสารที่ดีในครอบครัว พฤติกรรมของคู่สมรส ก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว เช่น การนอกใจคู่สมรส การดื่มสุรา การติดการพนัน การไม่ช่วยแบ่งเบาภาระในครอบครัว การอบรมเลี้ยงดูลูกชายหญิงไม่เท่าเทียมกัน ให้ผู้หญิงต้องพึ่งพิงผู้ชาย เชื่อฟัง เป็นผู้ตาม ในขณะที่อบรมลูกชายให้เข้มแข็ง มีอิสระ มีเจตคติเรื่องเพศที่สามารถแสดงออกได้เต็มที่ เป็นต้น

                        จากสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงต่อสตรีจากแหล่งต่างๆ พบว่า ผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่ เป็นคนที่อยู่ในครอบครัว หรือเป็นคนที่รู้จักกับผู้ถูกกระทำ และสถิติความรุนแรงต่อสตรีมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ปี 2549 สถิติการถูกทำร้ายในเด็กและสตรีที่มารับการบริการที่ศูนย์พึ่งได้ จำนวน 14,362 ราย เฉลี่ยวันละ 39 ราย และจากฐานข้อมูลความรุนแรงของสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พบว่าในปี 2549 มีสตรีถูกทำร้าย 3,968 คน เป็นกรณีทำร้ายร่างกาย จำนวน 1,682 คน ข่มขืน จำนวน 1,295 คน อย่างไรก็ตาม จากจำนวนที่รายงานนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ถูกปิดบัง ซ่อนเร้น และไม่เปิดเผยอีกมาก

                        ความรุนแรง ทำให้เกิดผลกระทบในหลายด้าน ดังนี้

1)             ผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำรุนแรง เช่น ปัญหาสุขภาพจิต พฤติกรรมก้าวร้าว บาดเจ็บ พิการ หรือถึงแก่ชีวิต การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ติดเอดส์ และโรคทางเพศสัมพันธ์

2)             ผลกระทบต่อครอบครัว เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัวถูกทำลาย ครอบครัวไม่สงบสุข แตกร้าว

3)             ผลกระทบต่อชุมชนและสังคม เช่น สังคมไม่ปลอดภัย ขาดสันติสุข บุคลากรของชาติขาดคุณภาพ ทำลายเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างเสมอภาคและสันติสุข

4)             ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เช่น สูญเสียเวลาในการทำงาน ศักยภาพและประสิทธิภาพลดลง ขาดรายได้ ขาดโอกาสพัฒนาตนเอง และขาดความก้าวหน้า องค์กรได้รับผลกระทบจากการขาดงาน ประสิทธิภาพของพนักงานลดลง ทำให้องค์กรมีผลผลิตลดลง ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องสูญเสียไป ในค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ถูกกระทำ

 

แบ่งหลักบัญญัติคุ้มครองช่วยเด็กและสตรี การปรับเปลี่ยนเจตคติของสังคม เพื่อให้เข้าใจถึงรากของปัญหาความรุนแรงต่อสตรีโดยการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับ มิติหญิงชาย การปรับปรุงหนังสือเรียนและหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน การสร้างครอบครัวเข้มแข็ง โดยส่งเสริมการใช้เวลาร่วมกันให้มากขึ้น การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว การเตรียมความพร้อมก่อนมีครอบครัว การสร้างสุขภาวะที่ดีของครอบครัว วิธีแก้ความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง คือการดำรงชีวิตตามหลักศาสนา................ และการรณรงค์ด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สังคมเรียนรู้ เข้าใจและตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงต่อสตรี

                                                                   จัดทำโดย พรสม เปาปราโมทย์

                                                          รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสตรี

                                             สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

 

  1. เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสตรี

                องค์กรและกลุ่มบุคคลที่ทำงานด้านสตรีนั้นมีอยู่หลายองค์กรหลายกลุ่มแต่ในการทำงานในบางภาคส่วนยังขาดการร่วมมือกันประสานงานกันอย่างเป็นรูปธรรมทำให้ผลการทำงานไม่สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ขององค์กรและขาดพลังความเข้มแข็ง จึงควรต้องช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาองค์กรที่ทำงานด้านสตรีให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน โดยใช้พลังทางสังคมในการทำให้เกิดการเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายและมีกระแสเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด เชื่อมโยงถึงระดับประเทศ ร่วมกันประสานการทำงาน กิจกรรมระหว่างองค์กรเครือข่าย

-         ส่งเสริมและประสานงานระหว่างองค์กรเครือข่ายด้านสตรีและสถาบันครอบครัว

-         ร่วมกันปลูกจิตสำนึก ส่งเสริมค่านิยมการรวมกลุ่มของประชาชน, ค่านิยมในการสร้างเครือข่ายสตรี

-         พัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านสิทธิเด็กและสตรีเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่บุคคลในครอบครัว ในชุมชน องค์กรท้องถิ่น

-         ช่วยกันเผยแพร่และประชาสัมพันธ์บทบาทและผลงานของเครือข่ายสตรีให้การสนับสนุนในการดำเนินกิจกรรมด้านสตรีและครอบครัว

 

  1. ส่งเสริมและพัฒนางานสวัสดิการสังคมเพื่อสตรีผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

                        ผู้ด้อยโอกาสส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคม กลุ่มด้อยโอกาส เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเมือง สาธารณสุข กฎหมาย วัฒนธรรม ปัญหาของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส คือปัญหาความยากจน สุขภาพ อนามัย ขาดหลักฐานทางทะเบียนเพื่อแสดงสิทธิต่างๆ จึงควรมีส่วนร่วมเพื่อแก้ให้เป็นรูปธรรมกับกลุ่มบุคคลที่ด้อยโอกาสดังนี้

            1)  ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ขาดโอกาสทาง

                        การศึกษามาแต่ต้น สาเหตุอาจจะมาจากขาดหลักฐานทะเบียนทำให้ไม่มี

              โอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรืออาจเกิดจากตัวบุคคลนั้นเอง เมื่อ

              เป็นบุคคลที่ขาดการศึกษาทำให้กลุ่มนี้ไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่ตน

              ต้องการได้ ทำได้เพียงอาชีพรับจ้าง ค่าแรงต่ำๆ ทำให้การดำรงชีวิต

              เป็นไปด้วยความยากลำบาก

            2)  ผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์  กลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยเฉพาะสตรีและ

             ครอบครัวของผู้ติดเชื้อจะได้รับผลกระทบอย่างมากในทางสังคม บางราย

             ไม่สามารถอยู่ในสังคมได้ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเพื่อหารายได้

             เลี้ยงตัวเองได้ เนื่องจากอคติที่ไม่ดีต่อผู้ติดเชื้อรวมไปถึงครอบครัวของผู้

             ติดเชื้อ

3)        ผู้เคยต้องโทษ ผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้เกิดปัญหา สังคมไม่ยอมรับคนกลุ่มนี้ ไม่ว่าในระดับชุมชนหรือแม้แต่คนในครอบครัวเดียวกัน ทำให้คนกลุ่มนี้ขาดโอกาสทำงานหารายได้เลี้ยงตัวเองเช่นกัน และทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องในการกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก นับเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานต้องร่วมกันแก้ไข

4)        ผู้ที่มีปัญหาสถานะทางกฎหมายเป็นกลุ่มที่ขาดหลักฐานทางทะเบียนเพื่อ

     แสดงสิทธิต่างๆ เช่น ใบสูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน จึงทำให้ไม่

     สามารถเข้าถึงสิทธิและบริการพื้นฐานที่รัฐจัดให้ ขาดหลักฐานสิทธิที่จะ

     แสดงความเป็นพลเมืองของรัฐ จึงถูกกีดกันและเลือกปฏิบัติทำให้ไม่

     สามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ

 

         ดังนั้นพวกเขาจึงควรมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและร่วมการพัฒนางานด้าน

                สวัสดิการสังคมเพื่อทำให้กลุ่มสตรีผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเหล่านี้ได้รับโอกาส และ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุขได้ โดยร่วมกัน

        

-         ส่งเสริมและพัฒนาผู้ด้อยโอกาสในชุมชน โดยการให้ความรู้ความเข้าใจทั้งในด้านการศึกษา ด้านสุขอนามัย การใช้ชีวิตในสังคมเพื่อผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้นจะได้รับรู้ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเองและสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ที่รัฐจัดให้ได้อย่างเสมอภาค และเท่าเทียมกันกับบุคคลอื่น และสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในชุมชนอย่างมีความสุข รวมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถพึ่งตนเองได้

-         ร่วมกันสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เช่น บุคคล องค์กร สื่อมวลชน ร่วมกันสร้างทัศนคติของประชาชนให้เห็นคุณค่า และเข้าใจหลักการของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิที่พึงจะได้รับในการดำเนินชีวิต

-         สนับสนุนหน่วยงานของรัฐ ในการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของตน ในชุมชนในการปกป้องคุ้มครองและพิทักษ์ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน และมีส่วนร่วมในกลไกลพัฒนาสังคมภาคประชาชน

 

  1. ร่วมกันเปลี่ยนแปลงเจตคติที่มีต่อสตรี

                        จากระบบความคิด ความเชื่อค่านิยมของสังคมไทยดั่งเดิม ที่คาดหวังบทบาทของหญิงชาย  จากกายวิภาควิทยา ที่ผู้ชายสรีระพละกำลังที่เข้มแข็งกว่าผู้หญิง จึงเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่าง ผู้หญิงและผู้ชาย ในอดีตโดยเฉพาะในสมัยที่ผู้ชายเป็นผู้ปกครอง และปกป้องพวกพ้องของตน รวมทั้งนักรบในอดีต ล้วนแต่เป็นผู้ชายและเป็นชนชั้นสูง ชั้นปกครอง ประกอบกับนักคิด และนักประดิษฐ์ต่างๆ จึงเป็นอำนาจของผู้ชายที่จะได้รับก่อน เช่น การศึกษา การรับราชการ ในขณะที่ ผู้หญิงชื่นชมค่านิยมว่าผู้ชายเป็นชนชั้นปกครอง  ผู้หญิงจึงมีหน้าที่เพียงดูแลบ้าน และการปรนนิบัติสามีต่างๆ และยอมรับการเป็นเครื่องมือช่วยเชิดชูสนับสนุน หรือนำทางให้ผู้ชายไปสู่การมีชื่อเสียงเกียรติยศและความสำเร็จทั้งปวง สำหรับผู้ชายในสังคมไทย ปัจจุบันยังมีความคิดและค่านิยมที่มองว่าผู้หญิงเป็นเรื่องของวัตถุทางเพศ (Sex Object) มากกว่าบทบาทที่เท่าเทียมกันทางสังคม (Gender)

                        จากการพัฒนาสตรีในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องนับจากมปี 2515 ส่งผลให้สตรีเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคม และการพัฒนาประเทศ ทำให้เจตคติของสังคมไทยที่เกี่ยวกับสตรีเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ดังนี้

1.        การศึกษา

                                     สตรีมีโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษา ทั้งในและนอกระบบ   

     การศึกษา รวมทั้งได้รับโอกาสในการเข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมในวิชาชีพต่างๆ

     นอกจากนี้สตรียังมีโอกาสในการเลือกเรียนสาขาวิชาชีพต่างๆ ได้มากขึ้น การได้รับ

     การศึกษาเพิ่มขึ้นของสตรี ได้ทำให้สตรีไทยได้ตระหนักในการดูแลตนเอง และ

     ตระหนักถึงข้อจำกัดของความเสมอภาคด้วย

2.          การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ     สังคมไทยปัจจุบันสตรีไทยได้เข้าสู่ระบบงานมากขึ้นและมีโอกาส ในการเลือกประกอบอาชีพได้หลากหลายสาขามากขึ้น  ซึ่งแตกต่างไปจากในอดีต ที่สตรีจะมีอาชีพจำกัดเฉพาะบางสาขา ที่สังคมไทยดั้งเดิมเห็นว่าเหมาะสมกับความเป็นผู้หญิง

               อย่างไรก็ตามยังคงมีความเหลื่อมล้ำอยู่บ้าง ในด้านค่าจ้างแรงงาน เมื่อเทียบสัดส่วนกับจำนวนแรงงาน ทั้งชายและหญิง ที่พบว่าสตรียังคงได้รับค่าจ้างแรงงานในอัตราที่ต่ำกว่าผู้ชายอยู่ทุกสาขาวิชาชีพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อไป        

3.        การมีส่วนร่วมในการบริหาร

                  ในปัจจุบันดูเหมือนว่าสตรีได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารราชการมากขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทุกระดับชั้น และทุกสาขาวิชาชีพ ทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตำรวจ ทหาร การปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการมีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ซึ่งเปิดโอกาสให้สตรีได้แสดงศักยภาพมากขึ้น

                   แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนของทั้งชายและหญิงที่อยู่ในองค์กรต่างๆ แล้ว พบว่าสตรียังคงก้าวขึ้นสู่ระดับการตัดสินใจและการบริหารน้อยมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากยังมีความเชื่อ หรืออคติว่าผู้ชายมีการตัดสินใจที่ดีกว่าผู้หญิงยังอยู่

4.        การมีส่วนร่วมในชีวิตครอบครัว

     ปัจจุบันสตรีมีอิสระในการเลือกวิถีชีวิตในครอบครัวมากขึ้น สตรีไทยมีโอกาสในการเลือกการมีคู่ครองด้วยตนเอง การเลือกจำนวนการมีบุตร การทำหน้าที่และบทบาทของพ่อและแม่ที่ปัจจุบันผู้ชายได้เริ่มมีบทบาทในการทำหน้าที่ดูแลครอบครัวมากขึ้น ทั้งเรื่องการดูแลบุตรและภาระงานบ้าน

 

 

¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Knowledge and Development

พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ article
พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 article
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 article
เพลงพระราชนิพนธ์ article
YWCA Web Training article
ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 article
Knowledge Column5 - Article1 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
YWCA of Thailand. สหพันธ์สมาคม ไว ดับยู ซี เอ แห่งประเทศไทย