ReadyPlanet.com
dot
dot
กิจกรรม/Activity
dot
bulletรูปภาพ/Album
bulletกิจกรรม/Activities
bulletบริการ/Services
bulletการฝึกอบรม/Training
bulletVolunteer Manual
dot
World YWCA
dot
bulletYWCA โลก / World YWCA
dot
YWCAs in Thailand
dot
bulletความเป็นมา/Background
bulletY-Teen Club
bulletอาสาสมัคร / Volunteer
dot
YWCA of Thailand
dot
bulletวัตถุประสงค์ และคุณค่า
bulletพันธกิจ
dot
YWCA of Bangkok
dot
bulletYWCA of Bangkok
bulletChonburi Center
bulletPattaya Center
dot
YWCA of Phrapradaeng
dot
bulletYWCA พระประแดง
dot
YWCA of Pakkret
dot
bulletYWCA ปากเกร็ด
dot
YWCA of Chiangmai
dot
bulletYWCA เชียงใหม่
dot
YWCA of Nakornrachsrima
dot
bulletYWCA นครราชสีมา
dot
บทความ/Articles
dot
bulletHistory/ประวัติความเป็นมา
bulletYWCA in Action
bulletWomen in Action
bulletAssociation Movement
bulletKnowledge & Development
bulletWord for Life/ข้อคิด-คำคม
dot
ติดต่อเรา /Contact Us
dot
bulletที่ติดต่อ/Contacts
bulletYWCA of THAILAND Annual Report
bulletNewsletter
dot
คณะกรรมการ/Committee
dot
bulletคณะกรรมการอำนวยการ/Board of Director
bulletคณะกรรมการบริหาร/Executive Board
bulletคณะที่ปรึกษา/Advisors
bulletเจ้าหน้าที่/Staff




World Fellowship and Week of Prayer สามัคคีธรรมระหว่าง YWCA-YMCA article

"สัปดาห์อธิษฐาน และ สามัคคีธรรม YWCA-YMCA"

"เด็กต้องมาก่อน - Children First"

"Week of Prayer and World Fellowship 2007 YWCA-YMCA"

วันที่ 12 - 16  พฤศจิกายน 13:30-15:30 น.

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน ที่ สมาคม YWCA พระประแดง

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน ที่ สมาคม YWCA กรุงเทพฯ

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน ที่ สหพันธ์สมาคม YWCA แห่งประเทศไทย

วันพฤหัสฯ และวันศุกร์ที่ 15-16 พฤศจิกายน ที่สมาคม YMCA กรุงเทพฯ

 

Week of Prayer and World Fellowship 2007

สัปดาห์อธิษฐาน และ สามัคคีธรรมระหว่าง YWCA-YMCA ๑๑-๑๗ พฤศจิกายน "เด็กต้องมาก่อน"

The World YWCA/YMCA Week of Prayer and World Fellowship 2007 will take place from November 11 - 17 with the theme Children First.

The Theme reflects the challenges children face in our community; discrimination, poverty, injustice, violence and lack of education. As a women's organization, the World YWCA believes that the empowerment of girls is intrinsically linked to the empowerment of women. We need to focus on children to ensure our future leaders are healthy and strong.

หัวข้อปีนี้ จะสะท้อนความท้าทายที่เด็กต้องเผชิญทุกวันนี้ในสังคม เป็นต้นว่า การถูกเลือกปฎิบัติ ความยากจน ความอยุติธรรม ความรุนแรง และขาดการศึกษา ในฐานะองค์การสตรี ไว ดับยู ซี เอ แห่งโลก เชื่อว่า การสร้างความพร้อมและศักยภาพให้เด็กหญิงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความพร้อมและศักยภาพให้สตรี เราจำเป็นต้องเน้นที่เด็กเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้นำในอนาคตจะเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีความสุข

 อ่านชีวิตของเด็กๆ  บอย นุ่น  หนู  ติ๊ก

น้องบอย เด็กชายวัย 6 ขวบ ก้าวลงจากรถยนต์ราคาแพงอย่างร่าเริงแจ่มใสอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะ       เวลา 3 ปี ที่ได้เข้ามาเรียนยังไว.เอ็ม.ซี.เอ. ในช่วงเปิดเทอมแรกของปีการศึกษา 2550  น้องบอยสามารถเรียนรู้ชีวิตประจำวัน และประสาทสัมผัสของหลักสูตรการเรียนการสอนได้อยู่ในขั้นที่เรียกได้ว่าดีมาก คุณครูและเพื่อน ๆ ต่างก็ทึ่งในความสามารถของน้องบอย

 

“น้องบอยช่วยรินน้ำให้เพื่อนที่รินไม่ได้หน่อยนะคะ”

 

“น้องบอยเช็ดน้ำที่หกลงพื้นหน่อยค่ะ”

 

“น้องบอยซักผ้าเช็ดพื้นผืนเล็กนั้นด้วยนะคะ”

 

นี่คือบทเรียนหนึ่งบทในระบบคริสเตียนมอนเตสซอรี่ที่สอนให้กับเด็ก ๆ เด็กหลายคนทำได้ดีมาก แต่อีกหลายคนก็ทำไม่ได้เลย ทักษะและความตั้งใจของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ใครก็ตามที่คุณครูให้ทำงานจะดีใจมากเหมือนได้ของเล่นที่ถูกใจ ธรรมชาติของเด็กเป็นเช่นนั้น

 

ช่วงปลายเทอมแรกน้องบอยไม่ค่อยสดชื่นเหมือนเดิม หงุดหงิด ขี้น้อยใจ โมโหง่าย แถมบ่นด้วย หน้าตาไม่สดใส และพูดน้อยลงกว่าเดิม เช้าวันหนึ่งน้องบอยได้มาหาคุณครู

 

                “คุณครูครับ ทำไมคุณครูจึงชมผมว่าผมทำงานชีวิตประจำวันได้ดีมาก ๆ กว่าเพื่อนหลาย ๆ คน และผมก็ได้ทำบ่อย ๆ ด้วยครับ”

               

                “ก็บอยทำได้ดีที่สุดจ้ะ ไม่ทำของแตก เรียบร้อย และมีความตั้งใจ ครูจึงให้บอยทำ”

 

                “ไม่จริงครับ คุณแม่ไม่ให้บอยทำ ไม่ให้บอยช่วย คุณแม่บอกว่ามันไม่ใช่งานของเด็ก ๆ เดี๋ยวจะทำของแตก และไม่สะอาดด้วย” น้องบอยตอบคุณครูด้วยเสียงอันดัง

 

                                                                                    นุ่น...................ชีวิตจากมุมหนึ่งของเมืองหลวง

 

                “ปลาไฟค่ะ ปลาไฟค่ะ ตัวละ 20 บาทค่ะ มีไฟกระพริบด้วยนะคะ” เสียงเด็กหญิงเดินถือพวงปลาไฟเรียกให้ผู้โดยสารที่นั่งรอรถในบริเวณชานชลาสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อเดินทางไปที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย

 

                หลังจากว่างเว้นจากการเรียนในช่วงเย็นและวันหยุดเรียน น้องนุ่นวัย 11 ซึ่งกำพร้าพ่อมาตั้งแต่วัย 6 ขวบ  ต้องออกมาขายปลาไฟ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในวันรุ่งขึ้น นุ่นและแม่อาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ ในตึกแถวสองชั้นที่แบ่งเป็นห้องให้เช่าในชุมชนข้างสถานีรถไฟหัวลำโพง แม่ของน้องนุ่นในวัย 56 ปี สุขภาพไม่ดีนัก เคยปวดหลังเดินไม่ได้เพิ่งผ่านการผ่าตัดหลังมาประมาณหนึ่งปีเพื่อให้สามารถเดินได้อีกครั้งหนึ่ง

 

                ทุกวันประมาณเจ็ดโมงเช้า หลังจากนุ่นออกจากห้องเช่าและเดินเท้าไปโรงเรียนในละแวกที่พัก ส่วนแม่ของนุ่นก็จะออกไปหิ้วขวดน้ำดื่มเพื่อจำหน่ายให้กับผู้คนที่มารอขึ้นรถไฟในสถานี เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงลูกและตัวเอง และหากวันใดไม่สบายไม่ได้ขายน้ำ เพื่อบ้านก็จะเอาอาหารมาให้

 

                นุ่นภูมิใจมากที่ได้มีส่วนช่วยแม่ทำงาน และได้สะสมเงินเล็กน้อยที่หามาได้ไว้สำหรับการศึกษาในอนาคต นุ่นบอกว่า แม่สอนว่าให้รู้จัดคุณค่าของเงินแต่ละบาทที่หามาได้ ให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด เก็บเงินออมไว้บ้าง ทุกวันนุ่นจะหยอดเงินลงในกระปุก 10 บาท เพื่อที่จะเก็บเงินไว้เรียนสูง ๆ นุ่นมีความฝันว่า เมื่อเรียนสูงจะได้เป็นครูสอนภาษาไทย ได้สอนการบ้านให้กับเด็ก ๆ ได้มีเงินเดือน และจะได้มีบ้านหลังหนึ่งให้แม่นอนบนเตียงชั้นล่าง ส่วนนุ่นจะนอนชั้นบน

 

                ชีวิตหากปราศจากความฝันและความหวัง ก็คงขาดพลังที่จะต่อสู้และเดินต่อไป ในวันนี้นุ่นมีความฝัน มีความหวัง และมีกำลังใจ เมื่อได้เข้ามาในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเมืองของไว.เอ็ม.ซี.เอ. กรุงเทพฯ โดยโครงการได้สอนให้นุ่นได้เรียนรู้ว่าเด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิทางด้านการศึกษา ได้รับการพัฒนาส่งเสิรมคุณค่าอาหารให้เจริญเติบโต ได้รับสิทธิในการปกป้องคุ้มครองจากผู้ใหญ่ นุ่นยังคิดเสมอว่า นุ่นเป็นผู้โชคดีที่ได้รับโอกาสในการสนับสนุนทางการศึกษาจากไว.เอ็ม.ซี.เอ. กรุงเทพฯ และสิ่งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้นุ่นเป็นเด็กดีและคนดีของสังคม

 

                                                                                                                                 ชีวิตของหนู

 

หนูเป็นชนเผ่าม้ง  บ้านของหนูอยู่บนดอยสูง พ่อแม่ของหนูมีอาชีพทำไร่ข้าวโพด ครอบครัวของหนูมีฐานะยากจนมาก    หนูต้องไปช่วยพ่อกับแม่ทำไร่ตั้งแต่หนูอายุยังน้อย ทำให้หนูไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนกับเพื่อน ๆ     ในหมู่บ้านของหนูมีแต่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสำหรับสอนหนังสือให้กับเด็กในหมู่บ้าน         ทุกครั้งที่หนูมีเวลาว่างหนูก็จะแอบหนีไปเรียนหนังสือกับเพื่อน ๆ เสมอ ทำให้หนูพออ่านออกเขียนได้บ้างเท่านั้น  คุณครูที่มาสอนก็สอนไม่ต่อเนื่อง เพราะหมู่บ้านของหนูอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและหมู่บ้านอื่นๆ      การคมนาคมก็ไม่สะดวก  พอหนูโตขึ้นเพื่อนๆในหมู่บ้านของหนูก็มีโอกาสได้ออกไปเรียนหนังสือนอกหมู่บ้านและในตัวเมือง ขณะที่หนูยังคงอยู่ในหมู่บ้านไม่ได้มีโอกาสเหมือนกับเพื่อน ๆ  เพราะหนูต้องช่วยพ่อแม่ทำงานในไร่        และทุกครั้งที่โรงเรียนปิดเทอม เพื่อน ๆ ที่ไปเรียนหนังสือก็กลับมาในหมู่บ้านและเล่าถึงชีวิตการเรียนของเขาให้หนูฟัง  หนูอยากมีโอกาสได้ไปเรียนหนังสือเหมือนกับเพื่อน ๆบ้าง  แต่ว่าพ่อกับแม่ก็ไม่อนุญาตให้หนูไป        ด้วยฐานะทางครอบครัวของหนูยากจนค่ะ   หนูรู้สึกเสียใจมาก  และแอบร้องไห้อยู่บ่อย ๆ    หนูฝันไว้ว่าสักวันหนูคงมีโอกาสได้เรียนหนังสือ  และมีวิชาความรู้เหมือนเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน   และแล้ววันหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่จาก ไว.เอ็ม.ซี.เอ. มาพูดคุยกับพ่อแม่ของหนู เพื่อขออนุญาตให้หนูไปเรียนหนังสือ โดยไปพักอยู่ที่ศูนย์ไว.เอ็ม.ซี.เอ.พะเยา  ซึ่งพ่อกับแม่ก็อนุญาตให้หนูไป หนูรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก  ในที่สุดความฝันของหนูเป็นจริง  พี่เจ้าหน้าที่ไว.เอ็ม.ซี.เอ. ได้พาหนูและเพื่อน ๆ อีกหลายๆ คนในหมู่บ้านมาอยู่ที่ศูนย์บ้านพักของ Y.M.C.A. เพื่อเรียนหนังสือ และพัฒนาทักษะชีวิตด้านอื่น ๆ  อยู่ที่นี่หนูได้เรียนในระบบการศึกษานอกโรงเรียน  เพราะหนูต้องใช้เวลาในการปรับตัวเกี่ยวกับการเรียน  ใน 1 สัปดาห์ หนูไปโรงเรียนเพียงวันเดียว และอีก 6 วันที่เหลืออยู่  หนูเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าขั้รนพื้นฐานและอาชีพเสริมต่าง ๆ เช่น การแปรรูปอาหารและสมุนไพร , การทำขนม , การปักผ้าลายชนเผ่า , การฝึกทักษะชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ ในศูนย์ฯค่ะ   หนูเรียนการศึกษานอกระบบได้ 1 ปี   ทางไว.เอ็ม.ซี.เอ.จึงให้หนูเข้าเรียนการศึกษาในระบบ โดยเริ่มเรียนตั้งแต่ชั้น ป.4  หนูรู้สึกภูมิใจมาก เพราะหนูได้มีโอกาสใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนและไปโรงเรียนทุกวันแล้ว ในขณะนั้นหนูอายุ  14 ปี  แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคสำหรับหนูเลย เพราะหนูยึดคติที่ว่า  “ไม่มีใครแก่เกินเรียน”   ปัจจุบันหนูอายุ 17 ปีแล้ว และกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ถึงหนูจะเรียนช้ากว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกันแต่หนูก็ภาคภูมิใจและดีใจมาก ๆ ที่หนูได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนเพื่อน ๆ    ถ้าหนูไม่ได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่ศูนย์บ้านพัก ไว.เอ็ม.ซี.เอ. พะเยาแห่งนี้หนูคงจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสืออย่างแน่นอน นอกจากหนูจะได้รับโอกาสในการเรียนหนังสือแล้ว หนูยังได้รับประสบการณ์การต้อนรับแขกจากต่างประเทศ  , ได้รับความรู้เรื่องสิทธิเด็ก, สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์  , การเป็นนักจัดรายการวิทยุ  และการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำในการเผยแพร่รณรงค์   ฯลฯ  ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่หนูได้รับ ทำให้หนูมีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวมมากขึ้น  และมีความกล้าพูดกล้าแสดงออกด้วย เพราะเมื่อก่อนหนูเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าพูด  ปัจจุบันหนูพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นค่ะ  หนูจะนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและสังคมต่อไปค่ะ     

ความฝันอันสูงสุดของหนูคือ หนูอยากจะเป็นคุณครูสอนเด็กอนุบาลในหมู่บ้านของหนูเพราะหนูอยากให้เด็กๆ ทุกคนในหมู่บ้านได้เรียนหนังสือ เหมือนกับหนูในปัจจุบันค่ะ    หนูขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุก ๆ ท่าน ที่ได้มอบโอกาสที่ดีงามเช่นนี้ให้กับหนู  ขอขอบคุณ ครอบครัว Y.M.C.A.  ที่ให้การสนับสนุนและดูแลหนูเป็นด้วยดีมาโดยตลอด   หนูขอสัญญาว่าหนูจะตั้งใจเรียน และเป็นคนดีของสังคมค่ะ


เสียง...........จากเด็กกำพร้าผลกระทบ
HIV/AIDS

 

สวัสดีค่ะ หนูชื่อ เด็กหญิงติ๊ก อายุ 13 ปี ตอนนี้หนูเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หนูเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ มีแม่ และปู่ย่าตายาย  แต่แล้วชีวิตหนูต้องระหกระเหินจากบ้าน หลังจากพ่อเสียชีวิต คนข้างบ้านบอกว่าพ่อเป็นเอดส์ตาย หนูออกมาอยู่กับแม่และป้า เพราะทางครอบครัวของพ่อไม่ยอมรับแม่  หลังจากพ่อจากไป แม่ของหนูก็มาเสียชีวิตด้วยเอดส์เช่นกัน ใคร ๆ เมื่อรู้ว่าครอบครัวหนูเป็นเอดส์ต่างพากันรังเกียจ หนูต้องออกจากโรงเรียน ตอน ป. 2 ตอนนั้นป่วยมากไปโรงเรียนไม่ไหว และเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็พากันรังเกียจ

ชีวิตของหนูที่มีเชื้อ HIV/AIDS  (หนูกลัวคนอื่นรู้) หนูเคยถูกล้อ “พ่อแม่เป็นเอดส์” ใคร ๆ ก็ไม่เล่นด้วย    หนูต้องย้ายที่อยู่และหาที่เรียนใหม่ หนูเริ่มกินยาต้านไวรัสมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ยาของหนูเม็ดใหญ่ และต้องแบ่ง     หนูอยากได้ยาต้านไวรัสที่ดีสำหรับเด็กและราคาถูก  มีอยู่ครั้งหนึ่งหนูไปรักษาฟัน ปวดฟันมาก ได้คิวต้น ๆ แต่พยาบาลกลับบอกให้หนูอยู่คิวสุด้าย “ไว้ถอนเป็นคนสุดท้ายนะ เพราะเป็นเด็กพิเศษ” “หนูอยากให้ทุกคนปฏิบัติกับหนูเหมือนกับเด็กทั่วไป และมีผู้ดูแลสุขภาพที่ดีและเข้าใจหนู”

                ชีวิตของหนูที่ขาดพ่อแม่ ตั้งแต่ 8 ขวบ ป้าได้พาหนูมาอยู่ที่ YMCA Happy Home หนูอยากได้ผู้อุปการะที่เลี้ยงดูและสนับสนุนหนูด้วยความรักและเข้าใจ  หลายต่อหลายครั้งที่หนูเรียนไม่ทันเพื่อน หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน บางวันต้องหยุดเรียนเพราะป่วย หรือต้องไปพบแพทย์ตามนัด คุณครูมักจะบ่นเสมอว่า “ทำไมเธอเรียนช้าจัง...”          หนูอยากได้รับการพัฒนาที่สอดคล้องกับวัยและพัฒนาสภาพร่างกายในโรคที่หนูเป็นค่ะ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารความรู้ที่ดีในการดูแลตนเองและอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างเข้าใจค่ะ”

                ปัจจุบันนี้หนูอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น คือ บ้านเปี่ยมสุขหลังใหญ่ ในบ้านนี้หนูได้ร่วมกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ เราแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ หนูได้เรียนหนังสือ และมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และร่วมปฏิบัติในการพัฒนาครอบครัวหลังนี้  หนูอยากให้เด็กอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบจาก HIV/AIDS เช่นเดียวกับหนูมีโอกาสที่จะได้รับการปฏิบัติที่ดี และเคารพในสิทธิ์ของหนู คือ สิทธิของเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ สิ่งแรกที่พวกหนูต้องการ คือ ความเข้าใจ “อยากให้สังคมเข้าใจและไม่รังเกียจเด็กติดเชื้อ HIV/AIDS ไม่อยากให้สังคมล้อถึงปมด้อยในโรคเอดส์ที่หนูเป็นค่ะ เพราะหนูยังมีลมหายใจ และดำเนินชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปในสังคม”

 

Download คู่มืออธิษฐานภาษาอังกฤษ/English Prayer Booklet  

          คู่มือฉบับภาษาไทย




Women Association Movements

YMCA & YWCA Week of Prayer 2011
YWCA -YMCA Week of Prayer and World Fellowship 2010 article
โครงการปันน้ำใจ article
World Fellowship and Week of Prayer - YMCA-YWCA 2008 article
สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ article
YWCA of Singapore article
Girl Guides Association article
สมาคมสตรีไทย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
YWCA of Thailand. สหพันธ์สมาคม ไว ดับยู ซี เอ แห่งประเทศไทย